แนวทางการทำงาน
ระบบ Hard Kill ของบริษัทสามารถดำเนินการได้ผ่านอุปกรณ์หลากหลายประเภท โดยเลือกใช้งานตามลักษณะภารกิจและสภาพแวดล้อม
อุปกรณ์หลักที่รองรับ:
➤ Laser Weapon System (ระบบอาวุธเลเซอร์)
ใช้พลังงานเลเซอร์ความเข้มสูงในการทำลายโครงสร้างหรือระบบสำคัญของโดรน
ตอบสนองรวดเร็ว
ความแม่นยำสูง
ลดความเสียหายข้างเคียง
➤ Weapon Station (ป้อมปืนควบคุมระยะไกล)
ระบบอาวุธแบบ kinetic ที่ใช้กระสุนจริงในการทำลายเป้าหมาย
เหมาะสำหรับเป้าหมายระยะใกล้ถึงกลาง
มีความน่าเชื่อถือสูง
รองรับการควบคุมผ่านระบบ C2
➤ Intercept Drone (โดรนสกัดกั้น)
ใช้โดรนในการเข้าประชิดและสกัดกั้นเป้าหมาย
ยืดหยุ่นสูง
เหมาะกับพื้นที่ซับซ้อน
ลดความเสี่ยงต่อพื้นที่ด้านล่าง
➤ Net Drone System (โดรนยิงตาข่ายสกัดกั้น)
ใช้โดรนที่ติดตั้งระบบยิงตาข่ายในการเข้าประชิดและจับยึดเป้าหมาย โดยทำให้โดรนเป้าหมายสูญเสียการควบคุมและตกลงอย่างปลอดภัย
ลดความเสียหายข้างเคียง
เหมาะสำหรับพื้นที่เมืองหรือพื้นที่สำคัญ
สามารถกู้คืนโดรนเป้าหมายเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
การทำงานแบบบูรณาการ (Integrated Operation)
ระบบ Hard Kill สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นได้อย่างสมบูรณ์ เช่น Radar, RF Detection และระบบ Command & Control (C2) เพื่อสร้างโซลูชันแบบครบวงจร
จุดเด่นของระบบ:
✔ ตอบสนองรวดเร็ว
✔ ความแม่นยำสูง
✔ รองรับหลายอุปกรณ์ (Multi-layer Defense)
✔ ปรับใช้งานได้ตามภารกิจ
✔ เชื่อมต่อระบบ C2 ได้สมบูรณ์
การใช้งาน:
ฐานทัพและพื้นที่ทางทหาร
โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
สนามบินและพื้นที่จำกัด
การรักษาความปลอดภัย VIP
ระบบ Hard Kill เป็นองค์ประกอบสำคัญของการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศยุคใหม่ โดยเน้นการหยุดยั้งภัยคุกคามอย่างเด็ดขาด และสามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นเพื่อสร้างการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง
ข้อมูลเพิ่มเติมของระบบทำลาย Hard Kill
1. Laser Weapon System (ระบบอาวุธเลเซอร์) รุ่น JP-LWS3C
2. Weapon Station (ป้อมปืนควบคุมระยะไกล) รุ่น JP-K30
3. Intercept Drone (โดรนสกัดกั้น) รุ่น UNI10
4. Net Drone System (โดรนยิงตาข่ายสกัดกั้น) รุ่น UNC10
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ defense@jpp-autopart.com